วันพฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ข้อคิดดี "ท่านพุทธทาส"


"พุทฺธสฺสาหํ นิยฺยาเทมิ สรีรญฺชีวิตญฺจิทํ พุทฺธสฺสาหสฺมิ ทาโส ว พุทฺโธ เม สามิกิสฺสโร - อิติ พุทฺธทาโส"
ข้าพเจ้ามอบชีวิตและร่างกายนี้ ถวายแด่พระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าเป็นทาสของพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าเป็นนายของข้าพเจ้า เพราะเหตุดังว่ามานี้ ข้าพเจ้าจึงชื่อว่า พุทธทาส
ท่านพุทธทาสภิกขุยึดคติที่ว่า เป็นอยู่อย่างต่ำ มุ่งกระทำอย่างสูงโดยชีวิตประจำวันของท่านพุทธทาสภิกขุนั้นเป็นไปอย่างสันโดษและสมถะ สำหรับวัตถุสิ่งของภายนอก ท่านพุทธทาสภิกขุจะพึ่งพาก็แต่เพียงวัตถุสิ่งของที่ทำให้ชีวิตดำรงอยู่ต่อไป ได้ และวัตถุสิ่งของที่จำเป็นในการเผยแพร่ธรรมะเท่านั้น โดยไม่พึ่งพาวัตถุสิ่งของฟุ้งเฟ้ออื่นใดที่เกินจำเป็นเลย เรียกได้ว่ามีความเป็นอยู่อย่างต่ำที่สุด หากแต่การกระทำในความเป็นอยู่นั้นเป็นการกระทำอย่างสูงที่สุด

"ขอน้อมนำคำสอนท่านพุทธทาสมาเป็นตัวอย่างในการสร้างคุณงามความดีต่อไป...."

วิสูตร อาสนวิจืตร
iamvisut@gmail.com

วันจันทร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

คุณลักษณะเด่นของผู้ประสบความสำเร็จ 10 ประการ



คุณลักษณะเด่นของผู้ประสบความสำเร็จ 10 ประการ


1. กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองตลอดเวลา
การ เปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องที่ดี ทุกคนก็รู้ แต่ก็มีน้อยคนที่จะยอมเปลี่ยนแปลงด้วยตัวเอง เพราะความกลัวในเรื่องต่างๆ เช่นกลัวล้มเหลว, กลัวถูกปฏิเสธ และ กลัวเสียหาย เป็นต้น ทำให้เลือกที่จะอยู่ในพื้นที่แห่งความคุ้นเคย (Comfort Zone) จึงเท่ากับย่ำอยู่กับที่ไม่มีความก้าวหน้าในงานเลย ดังนั้นเราต้องกล้าที่เปลี่ยนแปลงตัวเอง ทำในสิ่งที่ยากขึ้นเรื่อยๆ โดยคิดว่าถ้าหากไม่สำเร็จก็จะได้ประสบการณ์ชีวิตเองจะทำให้เรากล้าทำมากขึ้น ครับ

2. มีเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจน

การจะประสบ ความสำเร็จ จะต้องกล้าที่จะตั้งเป้าหมายแล้วควรจะชัดเจนด้วย เพราะถ้าเราไม่มีเป้าหมาย ชีวิตของเราก็คงเดินไปเรื่อยๆ ไม่ถึงไหนซักที เพราะเมื่อมีเป้าหมาย เมื่อเราทำถึงแล้วจะได้ตั้งเป้าหมายเพิ่มขึ้นไปอีก เราจะได้ประสบความสำเร็จเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เป้าหมายในงานก็เช่นเดียวกันหลายคนไม่ค่อยได้ตั้งเป้าหมายว่าเราจะทำอะไร บ้าง ในแต่ละช่วงเวลาหนึ่งๆ เช่น ปีนี้, เดือนนี้, สัปดาห์นี้ หรือ วันนี้ เพราะคิดว่าตัวเองมีงานเยอะอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องตั้ง แต่จริงๆ แล้ว การตั้งเป้าหมายแล้วทำได้ก็จะทำให้เรามีความสุข แล้วอยากจะตั้งอีกเรื่อยๆ หากไม่สำเร็จบ้างก็ลองตั้งใหม่เดี๋ยวก็สำเร็จเอง ผมเจอคนประสบความสำเร็จมาเยอะส่วนใหญ่แล้ว จะเล่าเป้าหมายของเขาได้ชัดเจนจนเราเห็นภาพเลยครับ

3. เผชิญหน้ากับความล้มเหลวแล้วเริ่มใหม่
คุณลักษณะ เด่นข้อนี้มีอยู่ในทุกคนที่ประสบความสำเร็จ เพราะเขาจะลุกขึ้นมาได้ทุกครั้งที่เขาล้มเหลว แล้วมุ่งมั่นต่อไปจนในที่สุดไม่มีอะไรขวางกั้นเขาได้เพราะการทำงานทุกอย่าง ล้วนมีสิ่งที่เราคาดไม่ถึง ถึงแม้ว่าเราจะเตรียมตัวไว้ดีแค่ไหน ก็อาจจะเจออุปสรรคที่ทำให้ล้มเหลวได้ ดังนั้นหากเราบอกกับตัวเองเสมอๆ ว่า ความล้มเหลวไม่ใช่เรื่องน่าละอาย แต่การไม่ลุกขึ้นมาทำต่อไปต่างหากที่เป็นเรื่องน่าละอายก็จะทำให้เรามุ่ง มั่นสู่ความสำเร็จได้ไม่ยากเลยครับ เช่น นักกีฬาที่ชนะเลิศ ทุกคนจะพบกับการแพ้มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน เพียงแต่เขาไม่ยอมแพ้นั่นเอง เขาจึงประสบความสำเร็จในที่สุด กรรมการผู้จัดการ หรือเถ้าแก่หลายคนที่ประสบความสำเร็จ ก็จะมีบาดแผลแห่งความล้มเหลวเต็มตัวเช่นกัน กว่าที่จะมาถึงวันนี้ได้

4. มุ่งมั่นในความคิดของตัวเองและทำจนกว่าจะสำเร็จ
คน เชื่อมั่นในตนเอง จำทำให้เชื่อมั่นในความคิดของตัวเองด้วย แต่ก็ไม่ใช่ในความหมายว่าเป็นคนดื้อนะครับ แต่จะเป็นความหมายว่ามีจุดยืนของตัวเองไม่ว่าผู้อื่นจะคิดอย่างไรในความคิด ของเขา เขาก็จะมุ่งมั่นทำมันเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าเขาสามารถทำมันได้ และจะภูมิใจในความคิดของตัวเองไปเรื่อยๆ จนประสบความสำเร็จในที่สุด หัวหน้าหลายคนทำให้ลูกน้องขาดความมั่นใจโดยไม่รู้ตัว เพราะจะคอยทักว่าไม่ดี ไม่ควรทำ เพราะหัวหน้าเห็นข้อจำกัดแต่จริงๆ แล้ว เท่ากับปิดกันไม่ให้ลูกน้องได้คิดเองทำให้สุดท้ายลูกน้องคนนั้น ก็จะไม่มีความคิดเลย แล้วก็จะเป็นคนขาดความมั่นใจในตัวเองในที่สุด หลายคนที่เป็นหัวหน้าคนอยู่ ควรระวัง ข้องนี้ให้ดีนะครับ ต้องคอยยุให้เขาทำตามความคิดของเขาจนกว่าจะสำเร็จ อย่าหยุด!

5. อยู่กับช่วงที่ตัวเองรู้สึกแย่น้อยกว่าช่วงที่ตัวเองรู้สึกดี
ชีวิต คนเรามีขึ้นมีลง คงไม่มีใครที่จะมีชีวิตที่ดีไปตลอด และก็ไม่มีใครที่มีชีวิตแย่ไปตลอด เพียงแต่ว่าใครจะเผชิญกับความรู้สึกแย่และความรู้สึกดีมากกว่ากัน ซึ่งการเผชิญความรู้สึกนี้ก็คือจิตใจที่เราไปคิดกับเหตุการณ์นั้นๆ เอง หากเราสามารถควบคุมความรู้สึกแย่ให้เกิดขึ้นในช่วงสั้นๆ แล้วพยายามรักษาความรู้สึกดีๆ ให้อยู่ในช่วงนานๆ หน่อย ก็จะทำให้ชีวิตมีความสุข และดำเนินชีวิตการทำงานไปได้อย่างราบรื่นแล้วจะประสบความสำเร็จในที่สุด ประสบการณ์ชีวิตการทำงานของแต่ละคนจะช่วยในเรื่องนี้ ได้ เช่น คนที่ผ่านเหตุการณ์วิกฤตมามากก็จะเข้าใจ และไม่จมอยู่กับเรื่องไร้สาระ เช่นความหดหู่, เบื่อหน่าย, ขี้เกียจ นานนักเพราะรู้ว่าไม่มีประโยชน์ดังนั้นก็จะปล่อยให้ความรู้สึกแย่ๆ อยู่แค่แป็บเดียว แล้วกระตุ้นตัวเองได้ เดินหน้าต่อได้ สำหรับคนที่ประสบการณ์น้อย ก็ต้องค่อยๆ ฝึกฝนไปครับ

6. รับฟังคำวิจารณ์จากผู้อื่นได้ดี
ความรู้ อยู่ในทุกๆ ที่ที่เราผ่านไป ดังนั้นการรับฟังผู้อื่นเป็นหัวใจสำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่ง คำวิจารณ์จากผู้อื่น ถ้าหากใครสามารถรับฟังได้มากก็จะประสบความสำเร็จได้มาก เพราะสามารถแปลคำวิจารณ์เป็นสิ่งที่เราสามารถนำไปปรับปรุงได้ไม่ใช่ฟังว่า เขาว่าอะไรเรา ดังนั้นถ้าหากเราเป็นคนเปิดกว้าง ก็จะมีสิ่งต่างๆ เข้ามาหาเรามากขึ้น เราก็มีโอกาส เลือกสิ่งดีๆ ได้มากขึ้น ส่วนสิ่งไม่ดีเราก็ไม่ต้องรับเข้ามาแต่การรับฟังคำวิจารณ์ จะให้ผู้อื่นกล้าพูดกับเรามากขึ้น ทั้งหัวหน้า เพื่อนร่วมงาน และลูกน้อง ทำให้เราทำงานผ่านผู้คนได้ดีขึ้น สุดท้ายเราก็จะเป็นผู้ประสบความสำเร็จแน่นอน

7. มีทัศนคคิเชิงบวกในเรื่องต่างๆ มากกว่า
ทัศนคติ เชิงบวกในที่นี้ หมายความว่า การที่เรามีความเชื่อมั่นในงานที่เราทำและพร้อมที่จะรับผลของความล้มเหลวโดย การให้กำลังใจตัวเอง เพื่อให้ทำอีกจนกว่าจะประสบความสำเร็จ และไม่จินตนาการเรื่องที่เลวร้ายก่อนที่เหตุการณ์จะเกิดขึ้นจริง แต่จะคิดในด้านบวกเสมอๆ กับสิ่งที่ทำเพื่อให้อยากทำ และอยากประสบความสำเร็จเพราะจินตนาการผลลัพธ์ในด้านดีไว้แล้ว คนเราสามารถโต้ตอบกับสิ่งต่างๆ ทั้งด้านบวกและด้านลบได้ ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของเรา แต่ถ้าเราควบคุมทัศนคติเชิงบวกในเรื่องต่างๆได้มากเท่าไร เราก็จะลงมือทำเรื่องต่างๆ ได้มากเท่านั้น ผลลัพธ์หรือผลงานก็จะยิ่งออกมาดี แล้วก็จะเหมือนกับคนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่ทำกันอยู่ คือเป็นคนที่มีทัศนคติเชิงบวกมากกว่าคนที่ประสบความล้มเหลว

8. มีภาวะความเป็นผู้นำสูง
ผู้นำ คือ ผู้ที่มีผู้อื่นปฏิบัติตามในสิ่งที่เราอยากให้ทำด้วยความเต็มใจ ดังนั้นผู้นำจะต่างจากผู้จัดการค่อนข้างมาก เพราะผู้จัดการทำให้ผู้อื่นทำตามด้วยคำสั่ง แต่ผู้นำทำให้ผู้อื่นทำตามด้วยการจูงใจ ในชีวิตการทำงานเราคงต้องมีทั้งความเป็นผู้จัดการและความเป็นผู้นำ แต่ถ้าผู้จัดการคนใดมีภาวะความเป็นผู้นำสูง ก็ย่อมมีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่า เรื่องของผู้นำคงต้องขอยกไปพูดในหัวข้ออื่นๆ เพราะเป็นเรื่องที่เยอะมาก เพียงแต่อยากชี้ให้เห็นว่า ผู้ประสบความสำเร็จ จะมีภาวะความเป็นผู้นำภายในตัวเองสูง และผู้ตามก็อยากตามด้วยความเต็มใจ

9. ให้ความสำคัญกับผู้อื่น
ผู้ประสบความ สำเร็จทุกคนไม่สามารถทำอะไรโดยลำพังได้เลย ต้องมีผู้อื่นร่วมอยู่ในงานนั้นๆ อยู่เสมอ ถ้าผู้ใดบอกว่าประสบความสำเร็จได้โดยลำพัง แสดงว่าผู้นั้นคงเข้าใจอะไรผิด บางอย่างแน่ๆ เลย เพราะไม่มีผู้ยิ่งใหญ่คนใดทำงานสำเร็จได้เอง ดังนั้นการให้ความสำคัญกับผู้อื่นอย่างจริงใจจึงเป็นคุณลักษณะเด่นที่สำคัญ จะเห็นว่า ผู้ใดมีทีมงานที่ยิ่งใหญ่และเป็นทีมเวิร์คผู้นั้นจะประสบความสำเร็จสูง การให้ความสำคัญผู้อื่นหมายถึง การทำให้ผู้อื่นมีส่วนร่วมในวิสัยทัศน์ , ค่านิยม และแผนงานของเรา ส่งเสริมให้เขาได้แสดงความสามารถของเขาให้เต็มที่ ยอมรับในคุณค่าของเขา และปฎิบัติต่อผู้อื่นดังนี้ จะประสบความสำเร็จแน่นอนครับ

10. ดำเนินเรื่องด้วยความไม่ประมาท
ผู้ประสบ ความสำเร็จ จะไม่กลัวความล้มเหลว คิดอะไรได้ก็จะลงมือทำทันที แต่เขาก็ไม่ได้ประมาท เพราะก่อนที่เขาจะลงมือทำนั้น ต้องมีข้อมูล และแผนงานที่ชัดเจนก่อน มิเช่นนั้น เขาก็ยังไม่ทำ หรือพูดอีกนัยหนึ่ง คือ เขามีขั้นตอนในการดำเนินชีวิตที่แน่นอน ไม่ยืนอยู่บนความเสี่ยงเด็ดขาดแต่ก็ไม่กลัวความล้มเหลวเมื่อลงมือทำแล้วก็จะ ทำให้ตลาดจนกว่าจะบรรลุผลสำเร็จ

"ข้อความดีๆ ทั้งหมดได้รับจาก Forword Mail มาครับ ขอบคุณสำหรับผู้เขียนและผู้ส่งต่อ"

วิสูตร อาสนวิจิตร
iamvisut@gmail.com

วันศุกร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

สุดมือสอย...ก็ปล่อยมันไป.... (ว.วชิรเมธี)


ไม่มีใครทำให้คนทุกคนรักเรา ได้
อาจจะมีคนชอบในตัวเรา10คน แต่ก็มีคนเกลียดเรา100คน
แคร์คนที่แคร์เรา ไม่แคร์คนที่ไม่แคร์เรา

มีมิตรแท้เพียงหนึ่ง ดีกว่ามีเพื่อนกินเป็น100




  • เมื่อ คุณชี้แจงไปแล้ว เขาก็ควรจะยอมรับฟัง แต่เมื่อเขาไม่ฟัง และคุณก็ได้ทำหน้าที่ของตนเองอย่างดีที่สุดไปแล้ว ก็คงต้อง ปล่อยมันไป

  • ในโลกนี้ มีเรื่องอะไรต่อมิอะไรหลายอย่างที่เราไม่สามารถให้เวลากับมัน หรือไม่สามารถทำในสิ่งนั้นให้ดีที่สุด แต่แล้วเราก็ต้องปล่อยให้สิ่งเหล่านั้นผ่านไป
  • เพราะหากเรามัว แต่จะนับเม็ดทรายในแม่น้ำคงคาเวลาของคุณคงไม่พอเป็นแน่ (มี ความหมายว่า จะพยายามทำให้คนทั้งโลกรู้สึกพอใจตัวเองในทุกเรื่อง) ดังนั้น ทำอะไรก็ตาม ควรทำเท่าที่เราทำได้ เมื่อทำอย่างดีที่สุดแล้ว คนเขาไม่เห็นว่าดีก็ต้อง ปล่อยมันไป


  • เลือกทำในสิ่งที่เห็นว่า เราถนัดที่สุด และมีความสุขที่จะทำก็พอแล้ว อะไร ก็ตาม ที่เราไม่ถนัด หรือถึงถนัด...แต่ไม่มีความสุขที่จะทำ ก็อย่าทำ

  • เรา มีเวลาไม่มากนักหรอกที่จะแบกสารพัดภาระในโลกนี้ ควรมองไหล่ของตัวเองดูสักหน่อยว่า พร้อมจะแบกเป้หลังที่มีน้ำหนักมากน้อยเพียงใด

  • อย่าแบกอะไรที่เกินกำลังของตัวเองเพราะไม่เพียงแต่มันจะทำให้คุณ เป็นทุกข์ แต่บางทีอาจมีผล ต่อการยืนตรงๆ อย่าง ยาวนานของคุณด้วย
ขอสิ่งดีๆ จงเกิดขึ้นต่อผู้คิดดี...ปฏิบัติดี
วิสูตร อาสนวิจิตร
iamvisut@gmail.com


วันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

การวิเคราะห์พลังงานไฟฟ้าของหม้อแปลงแรงสูงในการสร้างโคโรนา

วิสูตร อาสนวิจิตร มงคล ไชยวงศ์ อาทิตย์ ยาวุฑฒิ พานิช อินต๊ะ*

กลุ่มวิจัยเทคโนโลยีการวัดและควบคุมอนุภาคแขวนลอย วิทยาลัยเทคโนโลยีและสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา

จังหวัดเชียงใหม่ 50300 โทร 085-040-1595 E-mail: iamvisut@gmail.com

บทคัดย่อ

โคโรนาและพลาสมาไอออนไนเซชันเป็นหนึ่งในจำนวนเทคนิคทั่วไปที่ใช้ในการสร้างไอออนที่มีความเข้มข้นสูง ซึ่งปรากฏการณ์นี้ถูกใช้กันอย่างกว้างขวางในอุตสาหกรรม เช่น การเคลือบและการตกตะกอนเชิงไฟฟ้าสถิต การอัดประจุไฟฟ้าสถิตโดยโคโรนาและพลาสมาไอออนไนเซชันยังถูกนำไปใช้ในการวัดการแจกแจงขนาดของละอองลอยด้วยการวิเคราะห์การเคลื่อนตัวเชิงไฟฟ้า โดยปกติแล้วโคโรนาและพลาสมาไอออนไนเซชันจะถูกสร้างโดยแหล่งจ่ายไฟฟ้าแรงสูง ในการศึกษานี้ได้ทำการทดลองการเกิดปรากฏการณ์โคโรนาและพลาสมาไอออนไนเซชันกับขั้วอิเล็กโทรดแบบเข็มโดยใช้หม้อแปลงไฟฟ้าแรงสูงแบบขดลวดขนาด 15 กิโลโวลต์ มีการวิเคราะห์พลังงานไฟฟ้า ฮาร์มอนิก เพาเวอร์แฟกเตอร์ขาเข้าด้วยเครื่องมือวัดทางไฟฟ้ามาตรฐานและเครื่องบันทึกคุณภาพไฟฟ้าของ Fluke โมเดล 435 ผลการวิจัยพบว่าโคโรนาไอออนไนเซชันมีการใช้พลังงานไฟฟ้าในระดับที่ต่ำกว่าพลาสมาไอออนไนเซชันและการเกิดโคโรนาและพลาสมาไอออนไนเซชันแต่ละแบบยังขึ้นอยู่กับระดับแรงดันทางไฟฟ้าที่จ่ายใช้ขั้วอิเล็กโทรดและระยะห่างของขั้วอิเล็กโทรด

การประชุมเชิงวิชาการเครือข่ายพลังงานแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 6

5 - 7 พฤษภาคม 2553 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

การวิเคราะห์ผลของค่าคงตัวของไดอิเล็กทริกของวัสดุต่อการอัดประจุไฟฟ้าอนุภาคในเครื่องตกตะกอนเชิงไฟฟ้าสถิต

มงคล ไชยวงศ์ วิสูตร อาสนวิจิตร อาทิตย์ ยาวุฑฒิ พานิช อินต๊ะ*

กลุ่มวิจัยเทคโนโลยีการวัดและควบคุมอนุภาคแขวนลอย วิทยาลัยเทคโนโลยีและสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา

จังหวัดเชียงใหม่ 50300 โทร 085-040-1595 E-mail: iamvisut@gmail.com

บทคัดย่อ

เครื่องตกตะกอนเชิงไฟฟ้าสถิตเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการควบคุมการแพร่กระจายของอนุภาค ที่ใช้แรงทางไฟฟ้าสถิตเพื่อเคลื่อนย้ายอนุภาคออกจากกระแสการไหลของแก๊สไปยังขั้วตกตะกอน อนุภาคจะถูกอัดประจุไฟฟ้าโดยผ่านเข้าไปยังสนามโคโรนาดิสชาร์จซึ่งอยู่ภายในเครื่องตกตะกอน ซึ่งสนามไฟฟ้าภายในเครื่องตกตะกอนเชิงไฟฟ้าสถิตจะมีแรงที่ผลักให้อนุภาคที่มีประจุเคลื่อนที่ออกจากขั้วอิเล็กโทรดไฟฟ้าแรงสูงไปยังขั้วตกตะกอน โดยค่าคงตัวของไดอิเล็กทริกของวัสดุเป็นตัวแปรที่สำคัญที่มีอิทธิพลต่อการใส่ประจุไฟฟ้าของอนุภาค ซึ่งจะสอดคล้องกับประสิทธิภาพการตกตะกอนของเครื่องตกตะกอนเชิงไฟฟ้าสถิต ดังนั้นในการศึกษานี้ ได้นำเสนอการวิเคราะห์ผลทางทฤษฏีของค่าคงตัวของไดอิเล็กทริกของวัสดุต่อการอัดประจุไฟฟ้าของอนุภาคในเครื่องตกตะกอนเชิงไฟฟ้าสถิต จะสมมุติให้อนุภาคที่ใช้ในการวิเคราะห์มีขนาดอยู่ในช่วง 10 นาโนเมตร (nm) ถึง 10 ไมโครเมตร (µm) จากผลการทำนายจำนวนประจุเฉลี่ยจากสมการของ White (1963) พบว่าผลของค่าคงตัวของไดอิเล็กทริกของแต่ละวัสดุต่อการอัดประจุไฟฟ้าของอนุภาคมีความแตกต่างเล็กน้อยมาก

การประชุมเชิงวิชาการเครือข่ายพลังงานแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 6

5 - 7 พฤษภาคม 2553 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

วันเสาร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

"แอ๊บอีฮวก"

อ้างอิงจาก http://www.sinbalanna.com/board/read.php?tid=117

อี่ฮวก คือลูกอ่อนของกบหรือเขียด ถ้าเป็นลูกอ่อนกบ เรียก อี่ฮวกกบ ถ้าเป็นลูกอ่อนเขียด เรียก อี่ฮวกเขียด นิยมรับประทานอี่ฮวกกบมากกว่าอี่ฮวกเขียด นำมาปรุงเป็น แอ็บ และน้ำพริก เป็นส่วนผสมในแกงหน่อไม้ดอง แอ็บอี่ฮวก มีวิธีการปรุงเช่นเดียวกับแอ็บอ่องออ แอ็บกุ้ง แอ็บหมู ทำให้สุกโดยปิ้งหรือย่าง ด้วยไฟอ่อนๆ จนข้างในสุก (รัตนา พรหมพิชัย, 2542, หน้า 8111; อัมพร โมฬีพันธ์, สัมภาษณ์, 26 มิถุนายน 2550)

ส่วนผสม

1.ลูกอ๊อด 200กรัม

2.ใบขิง 1/2ถ้วย

3.พริกขี้หนู 20เม็ด

4.หอมแดง 10หัว

5.กระเทียม 20กลีบ

6.ตะไคร้ซอย 2ช้อนโต๊ะ

7.ข่าหั่น 2ช้อนโต๊ะ

8.ขมิ้นหั่น 1ช้อนโต๊ะ

9.กะปิ 1/2ช้อนโต๊ะ

10.เกลือ 1/2ช้อนชา

เครื่องแกง

1. โขลกเครื่องแกงรวมกันให้ละเอียด

2. ล้างลูกอ๊อดให้สะอาด ใส่ภาชนะ ใส่เครื่องแกงลงคลุกเคล้าให้เข้ากัน

3. ใส่ใบขิงซอย คลุกเคล้าให้เข้ากัน

4. เตรียมใบตอง กว้าง 8 นิ้ว วางซ้อนกันสองชั้นสลับหัวท้าย ตักส่วนผสมใส่ลงตรงกลางใบตอง

5. ห่อเป็นรูปสี่เหลี่ยม ใช้ไม้กลัด กลัดใบตองให้ติดกัน

6. นำไปย่างไฟอ่อนๆ

7. ย่างจนกระทั่งใบตองเหลืองเกรียม คอยกลับด้าน ใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที

ลำแต่แต้ :: รสชาติที่ได้เข้าสู่ปากครั้งแรกก่อนกินผมเองแทบจะไม่กล้ากลืน แต่ไหน เลยคำที่ 2 และ 3 กลับอร่อยมาก ยิ่งได้จิ้มกับข้าวเหนียวแล้วเข้ากันได้ดีมากเลยครับ เผลอแป๊บเดียว ผมกินแอ๊บอีฮวกไปแล้วสองห่อครับ กลิ่นของเครื่องแกง ที่ผสมลงในห่อใบตอง มันช่วยให้ ไม่มี กลิ่นคาวของอีฮวก และมีกลิ่นของใบตองด้วยเป็นรสชาติที่ผมมีความรู้สึกว่าอร่อยมากครับ และ ก็ยิ่งแปลกใจมากๆๆ โรงแรมทางเหนือน่าจะมีเมนูนี้ให้นักท่องเที่ยวได้ลิ้มลองน่ะครับพี่น้อง....

โดย : อ.วิสูตร อาสนวิจิตร วิทยาลัยเทคโนโลยีและสหวิทยาการ มทร.ล้านนา 128 ถ.ห้วยแก้ว ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50300 โทรศัพย์:053-921444 ต่อ 1012 Email: visut@rmutl.ac.th website : https://sites.google.com/site/iamvisut/